มัณฑะเลย์

มัณฑะเลย์ (Mandalay)

หลังจากที่พระเจ้ามินดงมาก่อสร้างพระราชวังมัณฑะเลย์ แค่ 28 ปี อังกฤษก็ตีเมืองมัณฑะเลย์แตกในปี พ.ศ. 2367 พระเจ้าธีบอซึ่งโอรสของพระเจ้ามินดง จึงเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของพม่าและถูกส่งไปอินเดียและเชื่อกันว่าถูกประหารที่นั่นโดยไม่ได้กลับพม่าอีกเลย สมบัติทุกชิ้นถูกอังกฤษขนเอาไปไม่เว้นแม้แต่ราชบัลลังก์นกยูง สัญลักษณ์แห่งราชวงศ์และพระที่นั่งสิงหนาทในท้องพระโรงใหญ่ที่เป็นทองคำประดับด้วยเพชร พลอย ทับทิม อัญมณี อันมหาศาลก็ถูกขนไปไว้ที่ประเทศอังกฤษ

อวสานพระราชวังมัณฑะเลย์ พระราชวังมัณฑะเลย์ พระราชวังที่ส่วนใหญ่ก่อสร้างด้วยไม้สักที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย ในสมัยสงครามมหาบูรพา (สงครามโลกครั้งที่ 2) วันที่ 20 มีนาคม 2488 เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรโดยกองทัพอังกฤษ ได้ทิ้งระเบิดจำนวนมากมายถล่มพระราชวังมัณฑะเลย์ของประพม่าจนไฟลุกไหม้เป็นจุล ด้วยเหตุผลว่าพระราชวังนี้เป็นแหล่งซ่องสุมกำลังของกองทัพญี่ปุ่น พระราชวังมัณฑะเลย์ซึ่งเป็นพระราชวังไม้สักก็ถูกไฟไหม้เป็นจุล เผาราบเป็นหน้ากลอง หลงเหลือก็แต่ป้อมปราการและคูน้ำรอบพระราชวัง

ปัจจุปัน พระราชวังที่เห็นอยู่เป็นพระราชวังที่รัฐบาลพม่าได้จำลองรูปแบบของพระราชวังของเก่าขึ้นมาครับ

 

เมืองอมรปะ (Amarapura)

อมรปุระ เป็นเมืองที่อยู่ติดกับเมืองมัณฑะเลย์และยังมีประวัติศาสตร์เกี่ยวพันกันในฐานะเป็นราชธานีก่อนหน้า เมืองมัณฑะเลย์ นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเมืองมัณฑะเลย์ จึงนิยมไปเที่ยวชมสถานที่สำคัญในสมัยราชธานีอมรปุระของพระเจ้าปดุง อาทิ วัดพระมหากันดายง สะพานอูเบ็ง

 

ล่องเรือแม่น้ำอิระวดีสู่ มิงกุน (Mingun)

ล่องเรือแม่น้ำอิระวดีสู่ มิงกุน แม่น้ำอิรวดี ซึ่งชาวพม่าเรียกว่า “เอยาวดี” แปลว่า “มหานที” นั้น ทั้งเป็นอู่ข้าวอู่น้ำหล่อเลี้ยงชีวิตและอู่อารยธรรมหล่อเลี้ยงนับพันปี มีต้นกำเนิดมาจากขุนเขาในรัฐกะฉิ่น ทางตอนเหนือสุดของพม่าไหลผ่านใจกลางพม่าไปออกทะเลอันดามัน มหาสมุทรอินเดีย ที่เขตอิรวดีใกล้กรุงย่างกุ้ง คิดเป็นระยะทางรวม 2,170 กิโลเมตร มีจุดล่องเรือชมความงามของแม่น้ำอิรวดีหลายจุด แต่ที่ได้รับความนิยมจุดหนึ่งคือล่องจากชานเมืองมัณฑะเลย์ หรือจากท่าเรือใกล้เจดีย์ชเวไจยัต เขตเมืองอมรปุระ ทวนน้ำไปหมู่บ้านมิงกุน ซึ้งเป็นส่วนหนึ่งของอมรปุระ แต่อยู่บนเกาะกลางลำน้ำอิรวดีและไปได้ด้วยเส้นทางเรือเท่านั้นทว่ามีอนุสรณ์สถานที่แสดงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าปดุง อันควรแค่แก่การไปเที่ยวชม โดยใช้เวลาล่องประมาณชั่วโมงครึ่ง รวบเวลาเที่ยวแล้วล่องกลับใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสามชั่วโมงครึ่ง

 

เมืองสกายน์ (Sagaing)

เมืองสกายน์ เมืองที่เป็นศูนย์รวมพลังศรัทธาทางพระพุทธศาสนาในปัจจุบันนี้ ซึ่งมีทั้งวัด, สถูป, เจดีย์, ถ้ำ ตลอดจนพุทธสถานต่างๆ มากมายกว่า 500 แห่ง และมีพระสงฆ์อยู่ประมาณ 5,000 รูป หากเปรียบเทียบกับบรรดาราชธานีเก่าในเขตมัณฑะเลย์ ไม่ว่าจะเป็นเมืองอมรปุระ หรือ เมืองอังวะ เมืองแห่งนี้ถือว่ามีชีวิต ชีวาที่สุด ชาวพม่าส่วนใหญ่นั้นมีความเชื่อกันว่าเมืองสกายน์ คือเมืองที่ตั้งอยู่บนเชิงเขาพระสุเมรุ ตามคติความเชื่อ จึงทำให้มีการสร้างโบราณสถานที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาอย่างมากมายที่เมืองแห่งนี้ และได้ขนานนามว่า ความศรัทธาในพระพุทธศาสนาของคนที่นี้ ไม่มีวันจาง

 

กรุงอังวะ (Inwa (or) Ava)

กรุงอังวะ เมืองหลวงโบราณริมฝั่งแม่น้ำอิรวดี หลังจากอาณาจักรพุกามอันยิ่งใหญ่ล่มสลายลง ก็มีการสถาปนาราชวงศ์ใหม่ขึ้นที่เมืองอังวะ ในปี พ.ศ. 1907 โดยพระเจ้าโดมินพญา และช่วงแรกของอาณาจักรนี้จัดได้ว่าเป็นยุคทองแห่งศิลปะและวรรณกรรมของพม่า แต่…ด้วยเหตุแห่งบริเวณที่ตั้งที่ยากต่อการป้องกันภัยจากศัตรูอาจจะเพราะมีแม่น้ำแยกเมืองออกเป็น 2 ฝั่งทำให้ถูกไทยใหญ่ และ มอญรุกรานจนต้องล่มสลายลงในปี พ.ศ. 2070